พาสปอร์ตเดียวเที่ยวทั่วโลก

ตามปกติแล้วหากเราต้องการเดินทางไปประเทศใดๆ ก็ตามจะต้องมีพาสปอร์ตหรือหนังสือเดินทางและวีซ่าตามที่กำหนดซึ่งเป็นกฎระเบียบสากล แต่ในบางประเทศก็ยกเว้นให้ผู้ที่ถือพาสปอร์ตอย่างเดียวสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ แล้วถ้ามีแต่พาสปอร์ตไทยไม่มีวีซ่า จะไปเที่ยวที่ไหนได้บ้างนะ?

สำหรับประเทศไทย มีเพียงพาสปอร์ตก็สามารถเที่ยวได้ถึง 6 ทวีปกว่า 29 ประเทศทั่วโลก! (ข้อมูล ณ วันที่ 26 ก.ค. 59) 

 

***สำหรับไต้หวันนั้นแม้จะประกาศยกเลิกวีซ่าแต่ก็ยังมีข้อยกเว้นว่าจะไม่ต้องใช้วีซ่าได้คือเมื่อผู้ถือพาสปอร์ตนั้นมีถิ่นที่อยู่ถาวรหรือมีวีซ่าที่ยังไม่หมดอายุของประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหราชอาณาจักร แคนาดา อเมริกา และกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (Schengen) และเป็นการทดลองให้บริการเพียง 1 ปี

ขึ้นเครื่องครั้งแรก (First Time On Board)

 

ปัจจุบันนี้การท่องเที่ยวในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากข้อมูลข่าวสารที่แพร่หลายและตรวจสอบได้ง่ายทำให้เรารู้จักประเทศต่างๆ ที่น่าไปมากขึ้น นอกจากนี้ราคาตั๋วเครื่องบินก็ยังถูกลง โดยเฉพาะการจองตั๋วโปรโมชั่นกับผู้ให้บริการจองตั๋วเครื่องบินออนไลน์ เช่น Traveloka.com หรืออื่นๆ ทำให้โอกาสในการเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกนั้นเปิดกว้างยิ่งขึ้น เราทุกคนจึงสามารถไปเที่ยวต่างประเทศได้ไม่ยาก สำหรับคนที่ยังไม่เคยไปต่างประเทศมาก่อนเชื่อว่าต้องเกิดความตื่นเต้นและวิตกกังวลในการขึ้นเครื่องครั้งแรกนับตั้งแต่ขั้นตอนการจองตั๋วเครื่องบินไปจนถึงเวลาขึ้นเครื่องกันเลยทีเดียว วันนี้ Traveloka.com มีขั้นตอนต่างๆ มาแนะนำ

1. จองตั๋วเครื่องบิน

 

เมื่อเลือกจุดหมายปลายทางที่อยากจะไปได้แล้วก็ให้ทำการจองตั๋วเครื่องบินก่อน ซึ่งมีให้เลือกมากมาย อาทิ ไทยแอร์เอเชีย การบินไทย ไลออนแอร์ นกแอร์ เป็นต้น โดยทำการจองผ่านหน้าเว็บได้ทั้งของสายการบินโดยตรง หรือจะจองผ่านตัวแทนจำหน่าย ซึ่งมีข้อดีคือจะได้ตั๋วในราคาพิเศษ ขึ้นอยู่กับการจัดโปรโมชั่นในขณะนั้น หรือจะไปจองตั๋วที่สนามบินเลยก็ได้ ขั้นตอนในการจองก็คือเลือกสายการบิน เลือกเส้นทางที่จะไป และช่วงเวลาที่ต้องการบิน ใส่ชื่อและนามสกุลเป็นภาษาอังกฤษตามบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต ระวังอย่ากรอกข้อมูลผิดเด็ดขาด เสร็จแล้วให้พิมพ์ใบ E-Ticket เก็บไว้สำหรับติดตัวไปสนามบินเพื่อตรวจสอบด้วย

 

 

 

2. เช็คอิน

ในวันที่จะต้องขึ้นเครื่องควรมาถึงสนามบินก่อนประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพราะต้องเผื่อเวลาในการโหลดกระเป๋าซึ่งต้องเดินไปที่เคาน์เตอร์ของสายการบินที่เราจองตั๋วเครื่องบินไว้ (ช่องผู้โดยสารระหว่างประเทศ) โดยต้องยื่นหลักฐานเพื่อยืนยันตัวบุคคลคือพาสปอร์ตและ E-ticket ที่เราพิมพ์ไว้ จากนั้นก็ส่งกระเป๋าให้พนักงาน เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่จะให้ Boarding Pass หรือบัตรโดยสาร พร้อมกับใบ ตม. (ตรวจคนเข้าเมือง) เพื่อกรอกข้อมูล ซึ่ง Boarding Pass นี้จะมีรายละเอียดของเราทั้งหมด ทั้งชื่อนามสกุล เลขที่นั่งบนเครื่อง (Seat) เลขที่ประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เวลาขึ้นเครื่อง (Boarding Time) และเวลาที่เครื่องออก (Departure Time) Boarding Pass นี้จึงสำคัญมาก

3. ขึ้นเครื่อง

เมื่อได้บัตรโดยสาร (Boarding Pass) มาแล้วให้รีบเช็คว่าชื่อและนามสกุลของเราตรงกับพาสปอร์ตหรือไม่ ถึงตรงนี้จะหาที่นั่งพักก่อนหรือรอเพื่อนก็ได้ แต่ Traveloka แนะนำว่าควรไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อตรวจพาสปอร์ตและเอกสาร ตม. ให้เรียบร้อยเลย เพราะจะต้องเผื่อเวลาในการเข้าคิวที่ ตม. เวลาตรวจสอบสัมภาระและของพกติดตัวผ่านเครื่อง x-ray และประตูตรวจจับโลหะ เวลาที่ต้องเดินไปที่ประตู (Gate) ขึ้นเครื่อง เพราะสนามบินค่อนข้างใหญ่แต่ละประตูจะอยู่ห่างกันมาก หากเหลือเวลาอาจจะทานข้าว เดินเที่ยว หรือช้อปปิ้งได้ แต่ทั้งนี้ต้องเผื่อเวลาเดินกลับมาที่ประตูก่อนเวลาขึ้นเครื่องด้วย

 

 

ดูหมายเลขประตูขึ้นเครื่อง (Gate) ซึ่งตามปกติในสนามบินก็จะมีหน้าจอแสดงเที่ยวบิน (Flight No.) ให้ดูได้ตลอดว่าเที่ยวบินที่เรากำลังจะไปนั้นอยู่ที่ประตูที่เท่าไหร่ เมื่อทราบแล้วก็เดินไปยังประตูที่จะต้องขึ้นได้เลยซึ่งจะมีป้ายบอกตลอดทางอยู่แล้ว เมื่อมาถึงประตูก็ตรวจสอบให้แน่ใจอีกครั้งว่ามาถูกที่แน่ๆ และพยายามจำหมายเลขที่นั่งเอาไว้ เมื่อถึงเวลาก็จะมีเจ้าหน้าที่มาเรียกขึ้นเครื่อง ถึงขั้นตอนนี้ก็แสดงบัตรโดยสารพร้อมกับพาสปอร์ตแก่เจ้าหน้าที่ได้เลย เมื่อเข้าประตูไปแล้วก็เดินไปขึ้นเครื่อง พอถึงบนเครื่องบินแล้วก็หาเลขที่นั่งตามที่กำหนดในบัตรโดยสาร เมื่อหาที่นั่งเจอแล้วให้เก็บกระเป๋าสัมภาระที่นำติดตัวมาด้วยไว้ด้านบนเหนือที่นั่ง สำหรับของมีค่าให้เก็บไว้กับตัวหรือสอดไว้ตรงที่นั่งด้านหน้า อย่าลืมรัดเข็มขัดนิรภัยและปิดมือถือตลอดการเดินทางเพื่อความปลอยภัยด้วย

4. ลงเครื่อง

เมื่อใกล้จะถึงที่หมายเจ้าหน้าที่จะแจกใบ Landing Card หรือใบ ตม. ของประเทศที่หมายให้กรอกข้อมูล เสร็จเรียบร้อยแล้วให้สอดไว้กับพาสปอร์ตสำหรับการตรวจสอบที่ด่าน ตม. เมื่อลงจากเครื่องแล้วให้เดินไปที่แผนก Immigration โดยดูตามป้ายบอกทางไปเรื่อยๆ จนถึงช่องตรวจพาสปอร์ตสำหรับคนต่างชาติ หลังจากตรวจพาสปอร์ตเรียบร้อยแล้วอย่าลืมไปรอรับกระเป๋าที่โหลดขึ้นเครื่องโดยดูจากป้ายซึ่งจะมีบอกว่าเครื่องที่ลงมานั้นต้องไปรับกระเป๋าที่สายพานไหน เมื่อได้กระเป๋าแล้วก็เดินทางออกจากสนามบินไปยังที่พักและเตรียมตัวเที่ยวได้เลย

 

 

นอกจากขั้นตอนในการจองตั๋วเครื่องบินไปจนถึงลงจากเครื่องแล้ว อย่าลืมขั้นตอนในส่วนของการเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง การเตรียมเอกสาร โดยเฉพาะพาสปอร์ต การจัดกระเป๋าสัมภาระ น้ำหนักของกระเป๋า ของที่สามารถพกติดตัวได้ รวมถึงข้อกำหนดของต้องห้ามหรือปริมาณของเหลวที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ต่างๆ ที่จะต้องหาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนก่อน และควรจัดเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนวันเดินทาง เพื่อการท่องเที่ยวอย่างมั่นใจไม่พบเจอปัญหาให้ต้องกังวล

Write a comment

Comments: 0

About US

เกี่ยวผู้เขียน จริง ๆแล้ว เขาชอบใส่เสื้อกระทิงแดง ชอบเขียนเรื่องหลากหลาย ทั้งวิธีการทำอาหาร ท่องเที่ยว สอนภาษา เล่นกีตาร์ไฟฟ้า การทำสวน เขาชอบว่ายน้ำมาก เหตุที่ใส่เสื้อกระทิงแดงเพราะให้ความรู้สึกเหมือนนักท่องเที่ยว ส่วนมากได้ไปเที่ยวเพราะความบังเอิญเลย ถนัดเรื่อง ท่องเที่ยวญี่ปุ่น โซนโตเกียว  ทุกอย่างเขียนในสิ่งที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อคนเที่ยว แต่ขอผสมเรื่องวัฒนธรรมด้วย  

ReSOurce


Affiliate Disclaimer Disclosure: We are a professional review site that receives compensation from the companies whose products we review.