· 

Negative Marketing Campaign การตลาดเชิงลบ ด้านลบ กรณีศึกษา กลยุทธ์ ขั้นสุดยอด

"ในทางการเมืองความกลัวแบบนี้ ถูก"ผู้ช่ำชองในการเลือกตั้ง" นำมาใช้ในลักษณะ Negative Campagne (หาเสียงทางด้านลบ) จนประสบผลสำเร็จมาโดยตลอด เช่น ปรีดีฆ่าในหลวง, จำลองพาคนไปตาย, ไม่เลือกเรา เขามาแน่ ฯลฯ จนถึงครั้งนี้ก็สำเร็จเช่นกันคือ "เลือกผู้ว่าฯ คนละพรรคกับรัฐบาล เพื่อป้องกันการผูกขาดประเทศ" ตามด้วยการบีบไม่ให้ประชาชน เลือกผู้สมัครที่ตนชื่นชอบแต่โอกาสชนะน้อย โดยใช้เหตุผลว่า "ไม่ให้เสียงแตก" จึงทำให้คะแนนอันดับ3 มีเพียงแสนกว่าคะแนน ขณะที่ ที่1และที่2 ทะลุล้านทั้งคู่!!"  พานทองแท้ โอ็ค

พอดีผมได้อ่าน ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์มติชน มาซึ่งกล่าวถึง กลยุทธ์การตลาดทางลบที่เขียนด้วยคุณพานทองแท้ อันนี้ไม่ได้การเมืองนะครับ แต่อยากจะวิเคราะห์ให้เข้าใจกันสำหรับนักการตลาดว่า การตลาดด้านลบ หรือ เชิงลบ คืออะไร และควรใช้เมื่อไหร่ 

 

อันนี้เป็นการกลยุทธ์การตลาดที่ค่อนข้างเสี่ยงครับผมไม่แนะนำ หากไม่มีความรู้จริง คือในต่างประเทศ หรือ เมืองไทยท่านจะอาจพอเคยเห็นบ้างว่าใช้กันเยอะ 

 

การตลาดเชิงลบอันนี้ หลัก ๆ คือการ อาจารย์ KIM BOB WAN นักการตลาด Social ชื่อดัง ได้ให้ความเห็นว่า ถ้าทำผิดแล้วคนจะภาพเราไม่ดี ไปเลย ซึ่งบางคนอาจจะเชื่อมระหว่างสิ่งไม่ดี ไว้ด้วยกัน

 

ตัวอย่างแรก

ด้านล่างเป็น เว็บไซต์ SBI ขอบอกก่อนคือ เป็น Hosting Service ที่ให้บริการด้านจัดทำเว็บไซต์ ซึ่ง เนื่องจากมีอยู่ช่วงมันดังมาก จุดทำสำคัญคือ SBI มี affliate programe ซึ่งจะให้ค่าคอมสำหรับคนแนะนำ นั่นเอง ซึงส่วนมากเป็นอัตราที่สูงมาก เรียกว่า 20-30 เปอร์เซ็นต์เลย
ทำให้มีคนจำนวนมาก โฆษณามันเกินจริง ต่อมา พอคนโฆษณามาก ๆ คนก็เริ่มไม่มันใจว่ามันดีหรือเปล่า ก็มีคนใช้ Negative Campagne เพื่อดึง Traffic ไปเว็บไซต์ตนเอง ขายของตนเอง โดยการใช้คำว่า อย่าซื้อหรือบอกว่ามันไม่ดี 

 

 

ส่วนคลิปที่สองทำโดย นัก affliate ชาวออสซี่ คนนี้ก็ดังพอควร แต่แกก็เชียร์ SBI เต็มที่

โดยใช้คำว่า อย่าซื้อ อย่าซื้อก่อน  แต่ผมคิดว่า JIMDO ดีกว่า หนะ

ตัวอย่างที่สาม

อันนี้เป็นกรณีของไทย โดยการใช้กรณีการโกง Furby มาเป็นประเด็น ลองดู ๆ คงพอนึกออกนะครับ กรณีวันแรกผมเห็นวิว อยู่แค่ 200 ตอนนี้ทะลุ 2 หมื่นไปแล้ว