· 

Social Media Marketing และการเลือกตั้งผู้ว่า

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพจะมีขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม นี้ ถึงแม้ว่าเราไม่ทราบว่า ใครจะเป็นผู้ชนะ แม้ว่าผลโพลที่สำรวจการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่ออกมาว่า ผลโพลเกี่ยวกับการเลือกผู้ว่าฯกทม.ในส่วนของนิด้าโพล มีการสำรวจตั้งแต่ก่อนเปิดตัวผู้สมัครอย่างเป็นทางการ เป็นที่น่าสนใจว่า ก่อนการเปิดตัวผู้สมัครอย่างเป็นทางการ คะแนนนิยมของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์มีมากกว่า พล.ต.อ.พงศพัศ แต่หลังจากพรรคเพื่อไทยเปิดตัวผู้สมัครเป็น พล.ต.อ.พงศพัศอย่างเป็นทางการ คะแนนนิยมในตัว พล.ต.อ.พงศพัศ ทั้งสองสัปดาห์ของการหาเสียง กลับมามีคะแนนนำ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ อยู่ที่ร้อยละ 23.82 ต่อร้อยละ 19.16 (มติชน)

แต่ในทาง Social Media ผมจะทำการวิเคราะห์ระหว่างผู้สมัครแต่ท่านใช้เครื่องด้าน Social Media ได้ดีกว่ากัน  ผู้สมัครแต่ละคนใช้เครื่องมืออะไรบ้าง แต่ที่ผมสังเกตคือ เครื่องมือด้าน Social Media ของไทย เราจะใช้เครื่องมือที่ต่างจาก ต่างประเทศเล็ก น้อยคือมีการใช้ Instagram

ว่ากันด้วย Facebookและ Twitter

1. คุณสุขุมพันธ์ ต้องยอมรับว่า คุณสุขุมพันธ์ ใช้ Facebook เดิมที่มีอยู่แล้ว และนำมาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้ ซึ่งต่างจากคู่แข่งหลักคือ คุณพงศ์พัศ ที่ใช้ Facebook เป็นหลักและเป็นเพจที่ตั้งขึ้นใหม่ เรียกว่ากลยุทธ์มาคนละแนว ถ้าคุณเป็นคนดังอยู่แล้ว คุณควรตั้งเพจเฉพาะกิจหรือเปล่า ?  แต่หนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจมากคือการขอให้คนกดไลท์ ช่วย ซึ่ง ทางคุณพงศ์พัศ ได้ใช้กลยุทธ์ดังกล่าวก่อนที่คุณสุขุมพันธ์จะใช้เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตาม กดไลท์อาจจะไม่ได้ช่วยในตัวเลขของจำนวนการเลือกตั้งจริง เพราะคนที่กดไล์อาจจะมาจากต่างจังหวัดซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรครัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามจำนวน Click Like จะเป็นจิตวิทยาหมู่ อย่างไม่ต้องสงสัย

พลังของทวิตเตอร์
. ทีมงานคุณสุขุมพันธ์ใช้เครื่องมือทางทวิตเตอร์ได้ดีกว่า เพราะ ทวิตเตอร์ของคุณสุขุมพันธ์จะ Follow และ Follower Back คนในพรรคเดียวกัน หาคุณสุขุมพันธ์ ทวีต อะไรขึ้น มา ลูกทีมก็รีทวีตทันที ซึ่งเรียกว่าเป็นลูกโซ่อย่างดี ทั้งนี้ผู้สมัครทั้งคุณพงศ์พัศ และคุณสุขุมพันธ์ ต่าง Follow back กันและกัน เรียกว่า เห็นกันจะจะ

ไหน พูด ถึง Instagram แล้วขอพูดถึง Instagram ในเมืองไทยหน่อยดีกว่า ความแตกต่างของ เครื่องมือการใช้ Instagram  ของไทยและต่างประเทศค่อนข้างแตกต่างกันมาก ในกรณีประเทศไทย คนไทยส่วนใหญ่ชอบที่จะติดตาม Instagram Account ของคนที่มีชื่อเสียงโดยเฉพาะ ดารา ซึ่งแม้แต่นายกรัฐมนตรี  ก็มี account instagram ขึ้นมาแล้ว

สาเหตุหนึ่งที่ไทยนิยม Instagram เกิดมาจากกระแสด้าน ดารา ไทยต้องการสร้างฐานแฟนคลับ ซึ่งต้องมีการติดต่อสื่อสารกับแฟนคลับ แต่การใช้ Facebook อาจจะไม่สะดวกเพราะต้องมีการโต้ตอบแฟนคลับมากเกินไป Instagram ซึ่งมีลักษณะเน้นโชว์รูปมากกว่า Facebook จึงไม่ต้องโต้ตอบอะไรมากนัก นอกจากนี้ Instagram มักจะโชว์รูปคนที่มีคน Follow จำนวนมากซึ่งยิ่งส่งผลเพิ่มจำนวนให้คนที่ชื่อเสียงอยู่แล้ว ให้ดังมากขึ้น